นใหญ่ นี่จึงเป็นครั้งแรกของผมสำหรับ การนำกล้องที่บรรจุ Sensor แบบ Micro Four Third ภายในกล้อง Panasonic Lumix GF1 ออกไปใช้งานไกลถึง ซาปา ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม แบบชนิดที่เรียกว่าเอาจริงก็ว่าได้ สำหรับการใช้งานในวันแรกนั้น อาจจะมีหลงปุ่มอยู่บ้างเพราะยังไม่คุณเคยเท่าไหร่นัก เนื่องจากได้รับ กล้องตัวนี้จาก บริษัท พานาโซนิค ประเทศไทย เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการ เดินทางไปเวียดนามเท่านั้น คู่มือต่างๆ ก็อ่านเอาตอนนั่งอยู่บนเครื่อง บินนั่นแหละครับ อ่านไปด้วยกดชัตเตอร์กันไปด้วย พอถึงเมืองฮานอยก็ ไม่พูดพร่ำทำเพลงโซโล่กันยกใหญ่ ถึงแม้ว่าฝนจะตกลงมาจั๊กๆ แบบไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด ถึงแม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจเท่าไหร่นัก แต่สำหรับกล้องตัวนี้ผมคงต้องยก นิ้วห้วแม่โป้งให้เลยครับ มันจับโฟกัสได้รวดเร็วทันใจ กดจึ๊ก กดจึ๊ก ได้ตลอด ไม่ออกอาการวืดวาด โดยเฉพาะกับเลนส์ 20 F/1.7 (เลนส์ Pan cake) แม้จะดูการโฟกัสด้วยจอ LCD จากหลังกล้อง หลายคนที่ใช้กล้อง DSLR คงจะไม่คุ้นเคยกับการมองภาพแบบ นี้นัก รวมทั้งผมด้วย แต่ใช้ไปใช้มาสักพักมันก็สะดวกดีเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ความรู้สึกในการมองแบบกล้อง DSLR ก็ตาม แต่ก็สามารถใช้ EVF (Electronic Viewfinder) มาต่อเสริมก็ได้ คุณภาพของจอ LCD หลังกล้องนั้นก็สดใสชื่นตาชื่นใจ แถม Auto White Balance ก็ ค่อนข้างแม่นยำในเกือบทุกสภาพแสง (เท่าที่ได้ลองใช้งาน)เผลอๆ อาจจะแม่นกว่ากล้องที่คุณใช้งานอยู่ก็เป็นได้ อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบในกล้องตัวนี้ก็เพราะ Format ขนาดของภาพมีให้เลือกเล่นได้หลายขนาด ทั้ง 4:3, 3:2, 16:9, และ 1:1 โดยเฉพาะ Format สุดท้าย ที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสนั้น ถูกใจผมมากมาย แต่หลายคนอาจแย้งมาว่า ถ่ายแบบธรรมดามาก็ได้แล้วค่อยมาครอปเอาทีหลังก็ได้เหมือนกันครับ แต่องค์ประกอบของการจัดภาพในแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ มีมาให้ในกล้องนั้นมันสมบูรณ์กว่า การนำภาพมาครอปในภายหลัง แต่ของอย่าง นี้ก็แล้วแต่คนชอบครับ สำหรับคุณสมบัติทางด้า
แม้ว่ากล้องรุ่นนี้จะวางตลาดมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วเป็น ต้นมา รวมทั้งมีผลการทดสอบทั้งในเว็บต่างประเทศ และในประเทศไทย
ให้ เป็นที่ฮือฮากันมาพอสมควรถึงคุณภาพของผลงานที่ถ่ายด้วยกล้องตัวนี้
ผมเองก็ได้อ่านบท Review จากเว็บโน้นบ้างเว็บนี้บ้าง พอสมควร